MY CHIANG MAI

ข่วงหลวงเวียงแก้ว รื้อแล้วจ้ะ

ช่วงวันที่ 9-11 สิงหาคม ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่จัดพิธีตักบาตร พิธีสวดถอน พิธีเจริญพระพุทธมนต์ที่ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่(เดิม) ที่พิเศษกว่านั้นคือการเปิดให้เข้าชมบริเวณทัณฑสถานหญิง นิทรรศการ และหลักฐานการขุดค้นทางโบราณคดีล่าสุด ก่อนจะเข้าสู่ช่วงของการรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างต่อไปตามโครงการพัฒนาข่วงหลวงเวียงแก้ว

เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีความซับซ้อนทางประวัติศาสตร์สูง โดยเฉพาะพื้นที่แห่งนี้มีมิติทับซ้อนกันอยู่หลายมิติ ในมิติทางประวัติศาสตร์ แผนที่เมืองนครเชียงใหม่ พ.ศ. 2436 ระบุชื่อพื้นที่นี้ว่า ‘เวียงแก้ว’ แสดงนัยยะที่น่าจะเป็นสถานที่ประทับของกษัตริย์หรือเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่





สำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่ดำเนินการขุดค้นทั้งหมด 6 หลุมขุดค้น พบแนวฐานอิฐโบราณสถาน 3 แนว และสามารถบ่งบอกการใช้งานพื้นที่ดังกล่าวได้ 3 ช่วงเวลา คือสมัยล้านนาตั้งแต่ช่วงกลาง สมัยรัตนโกสินทร์ มีอายุอย่างน้อยช่วงสมัยรัชกาลที่ 5  และสมัยปัจจุบัน คือการใช้พื้นที่ในระยะหลังสุด

ชาวเชียงใหม่ทุกคนย่อมลุ้นอยากให้พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นหลักๆ ในพื้นที่เพื่อให้บ่งชี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งหลักฐานเก่าแก่ที่สุดตอนนี้ คือ ชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีนเคลือบสีเขียวเซลาดอน จากเตาหลงฉวน สมัยราชวงศ์หยวน (พ.ศ. 1823-1911)





อย่างไรก็ตาม ชิ้นส่วนนี้ไม่ได้พบในระดับล่างสุดของพื้นที่การใช้งาน แปลว่าอาจจะติดมากับดินที่นำมาถมทับ หรือจะด้วยเหตุอื่นๆ จึงยังไม่อาจกล่าวได้ว่าพื้นที่นี้เคยมีการใช้งานมาก่อนพุทธศตวรรษที่ 20-21 ใครที่ลุ้นอยู่ก็ต้องร้อง ”เฮ้อ” แล้วเอาใจช่วยกันต่อไป

การใช้การของพื้นที่ในสมัยรัตนโกสินทร์ คือการก่อสร้างอาคารสไตล์โคโลเนียลเพื่อใช้เป็นเรือนจำ มีอาคารสำคัญ 6 หลัง คือ อาคารอำนวยการด้านหน้าสุด อาคารพยาบาล เรือนแว่นแก้ว(เรือนนอนผู้ต้องขังที่เข้าร่วมกิจกรรมชุมชนบำบัด) เรือนบัวบาน(เรือนนอนผู้ต้องขังใกล้พ้นโทษ) เรือนเครือฟ้า(แดนแรกรับ) และเรือนเพ็ญ(ที่คุมขังผู้ต้องขังคดีเด็ดขาด) ส่วนใหญ่เป็นอาคารอายุมากกว่า 100 ปีที่ก่อด้วยอิฐโดยใช้ระบบผนังรับน้ำหนัก ไม่มีเหล็กแม้แต่เส้นเดียว อาคารลักษณะนี้มีแต่ในบริเวณพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางเมืองเชียงใหม่เท่านั้น





หลังวันที่ 11 สิงหาคม งานรื้อถอนจะรุดหน้าต่อไป โดยจังหวัดจะรื้อถอนอาคารทุกหลัง ยกเว้น 6 อาคารนี้ เพราะมีไม้มีค่าอายุ 100 กว่าปี จังหวัดต้องหาวิธีจัดเก็บและบริหารไม้ดังกล่าว จึงจะไปรื้อเมื่อเริ่มสัญญาจ้างเพื่อทำการก่อสร้าง โดยเมื่อพื้นที่โล่งขึ้นแล้ว งานโบราณคดีจะเข้ามาดำเนินการต่อ

ในวันที่เปิดให้เข้าชม อาคารต่างๆ เป็นอาคารเปล่าๆ สิ่งหลงเหลืออยู่ที่บ่งบอกหน้าที่ในอดีตของมันคือลูกกรงและป้ายต่างๆ ถึงกระนั้น บรรยากาศก็วังเวงอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อเดินเข้าไปจนถึงเรือนเพ็ญที่อยู่ในสุดเพียงลำพัง เมื่อผ่านโรงเลี้ยงอาหาร โรงฝึกวิชาเย็บผ้า ความรู้สึกจึงกลายมาเป็นความสงสารเห็นใจคนที่เคยอยู่ที่นี่ รวมไปถึงคนที่ทำหน้าที่ดูแลบริหารที่นี่ด้วย มันคงเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งความเมตตาและความเด็ดขาดไปพร้อมๆ กัน





แวบหนึ่งฉันสงสัยว่าที่นี่มีแดนประหารไหม บางข้อมูลบอกว่ามี บางข้อมูลบอกว่าไม่มี แวบต่อมาฉันบอกตัวเองว่าไม่รู้ดีกว่า จากวันนี้ เราควรจะมุ่งเดินไปข้างหน้าไม่ใช่หรือ การพัฒนาข่วงหลวงเวียงแก้วกำลังดำเนินต่อไปทีละก้าว พร้อมๆกับการฟังเสียงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าท้ายที่สุดจะออกมาในรูปแบบใด หวังว่ามันจะคือสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่สุดกับคนเชียงใหม่และเมืองเชียงใหม่ของเรา 










 

เรื่อง: กิติพร นิมิตรบรรณสาร
ภาพ: chiangmaiworldheritage.net 

แชร์บทความนี้

Add Line ID

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ ปรับโฉมใหม่แล้วนะ

ปฏิรูปเมืองเชียงใหม่ด้วยหัวใจ

เก็บบรรยากาศแบบเมืองเก่า-แจ่งขะต้ำ ประตูเชียงใหม่ แจ่งกู่เฮือง