MY CHIANG MAI

จากขัวกุลาสู่อนุสรณ์แห่งความรัก กับ 3 ยุคสมัยของสะพานข้ามแม่น้ำปิง

แม้สะพานนวรัฐจะเป็นสะพานข้ามแม่น้ำปิงที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุดในเชียงใหม่ เนื่องจากเคยเป็นสะพานไม้สักอันโอ่อ่าแห่งแรกที่เชื่อมถนนเจริญเมืองกับถนนท่าแพ อันเป็นถนนสายเศรษฐกิจที่สำคัญของเมืองมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน กระนั้นสะพานนวรัฐก็หาใช่ข้ามแม่น้ำปิงแห่งแรกของเมืองเชียงใหม่ หากเป็นสะพานเล็กๆ ที่อยู่ถัดมาทางทิศเหนือราว 200 เมตร – ใช่แล้ว, สะพานคนเดินที่เชื่อมระหว่างย่านวัดเกตกับย่านกาดวโรรสเข้าด้วยกัน สะพานที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างขึ้นใหม่ของเทศบาลนครเชียงใหม่ และผู้คนในละแวกก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตารอวันสร้างเสร็จ

‘ขัวกุลา’ คือชื่อของสะพานไม้สักที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2421เพื่อเชื่อมความเจริญของการค้าและอุตสาหกรรมไม้ ซึ่งนำมาสู่การตั้งถิ่นฐานของพ่อค้าชาวจีนและแขกในชุมชนวัดเกตการาม สะพานแห่งนี้สร้างโดย ดร.มาเรียน เอ ชิค มิชชันนารีชาวอเมริกันที่ย้ายมาทำงานกับ ดร.ดาเนียล แมคกิลวารี โดยเป็นสะพานไม้สักแบบคานยื่นแห่งแรกของประเทศไทย สร้างจากทีมงานช่างไม้ชาวพม่าทั้งหมด ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะในยุคนั้นคนเชียงใหม่ยังใช้เลื่อยไฟฟ้าไม่เป็น

ขัวกุลาไม่ใช่ชื่ออย่างเป็นทางการของสะพาน คำว่า 'ขัว' เป็นคำพื้นเมืองที่แปลว่าสะพาน ส่วน 'กุลา' เป็นคำที่คนเชียงใหม่เรียกชาวอินเดียที่เข้ามาทำงาน จนเชียงใหม่เริ่มมีฝรั่งเข้ามาสอนศาสนา เนื่องจากในยุคนั้นฝรั่งมีรูปร่างเหมือนชาวอินเดียแต่มีผิวขาว ชาวบ้านจึงเรียกว่า 'กุลาเผือก' เมื่อแรกเริ่มที่ดร.ชิคสร้างสะพานเสร็จ ชาวบ้านจึงเรียกสะพานแห่งนี้ว่า 'ขัวกุลาเผือก' ก่อนจะถูกเรียกกันสั้นๆ ว่าขัวกุลาในกาลต่อมา

ขัวกุลาถือเป็นทางเลือกหลักในการสัญจรทางรถม้าและเกวียนของผู้คนสองฟากแม่น้ำ (ในยุคนั้นเมืองเชียงใหม่ยังไม่มีคนใช้รถยนต์) แต่ด้วยความที่ผู้คนเริ่มมาตั้งถิ่นฐานมากขึ้นเรื่อยๆ 12 ปีต่อมา (พ.ศ. 2433) ทางการจึงต้องสร้างสะพานอีกแห่งเพื่อรองรับการคมนาคม นั่นคือที่มาของสะพานนวรัฐ สะพานสำหรับรถยนต์แห่งแรกที่สร้างด้วยไม้สัก ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเหล็กในปี พ.ศ. 2466 และเป็นสะพานคอนกรีตอย่างที่เห็นปัจจุบันในปี พ.ศ. 2510 สะพานนวรัฐจึงถูกเรียกว่า 'ขัวใหม่' และชื่อขัวกุลาก็ถูกแทนที่ด้วยชื่อ 'ขัวเก่า' จากการรับรู้ของชาวบ้านในยุคนั้น

ช่วงปลายที่เชียงใหม่ยังมีการขนส่งไม้ทางน้ำ ยุคสมัยของขัวกุลาก็มาสิ้นสุดลงในฤดูฝนปีพ.ศ. 2475 อันเนื่องมาจากเสาที่ค้ำสะพานถูกท่อนซุงไม้สักจำนวนมากที่ถูกนำทางโดยกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากไหลมากระแทกจนสะพานหักออกเป็นท่อนๆ จนสุดท้ายต้องรื้อทิ้ง ด้วยเหตุนั้นชาวบ้านในละแวกจึงต้องรวมตัวกันสร้างสะพานไม้ไผ่สานขึ้นมาทดแทนเรียกกันว่า 'ขัวแตะ'

ขัวแตะนับเป็นสะพานตามฤดูกาลอย่างแท้จริง เพราะในทุกฤดูฝน เมื่อน้ำขึ้นและกระแสน้ำเชี่ยวกรากมันก็จะพัดขัวแตะให้พังไปกับสายน้ำหมด และพอหมดฤดูฝนชาวบ้านก็จะรวมใจกันสร้างขัวแตะขึ้นใหม่เช่นนี้ทุกปี (ในช่วงฤดูฝน ชาวบ้านก็จะข้ามแม่น้ำด้วยการนั่งเรือ หรืออาจเดินอ้อมไปข้ามยังสะพานนวรัฐ) กระทั่งในปี พ.ศ. 2507 นายโมตีราม โกราน่า เจ้าของกิจการขายผ้าชาวปากีสถานที่มาเปิดกิจการอยู่ภายในตลาดวโรรสจนสามารถพูด 'คำเมือง' ได้เป็นอย่างดี ได้บริจาคเงินจำนวน 200,000 บาท และเมื่อบวกรวมกับการบริจาคของผู้มีจิตศรัทธาอีก 40,000 บาทก็สามารถสร้างสะพานคนเดินที่ทำจากคอนกรีตเพื่อมอบให้กับเทศบาลนครเชียงใหม่เพื่อใช้เป็นสาธารณะประโยชน์

นายโมตีรามขอให้ตั้งชื่อสะพานแห่งนี้เพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน (รวมทั้งการอุทิศส่วนกุศล) ให้กับภรรยาของเขา 'นางจันทร์สม' ดังชื่อ 'สะพานจันทร์สมอนุสรณ์' หากชาวเชียงใหม่มักจะเรียกกันสั้นๆ ว่า 'ขัวแขก' ดังที่เคยใช้เรียก 'ขัวกุลา' ในศตวรรษก่อน

‘สะพานจันทร์สมอนุสรณ์’ สร้างความสะดวกสบายแก่คนเดินเท้าให้กับคนในย่านรวมทั้งนักท่องเที่ยวมากว่า 50 ปี กระทั่งปี พ.ศ. 2554 เทศบาลนครเชียงใหม่ได้ปิดสะพานเพื่อทำการซ่อมแซมเนื่องจากสะพานได้รับความเสียหายอย่างนั้นจากผลกระทบของพายุดีเปรสชั่น

และเมื่อวันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม 2559 จึงได้เปิดให้ประชาชนสองฝั่งแม่น้ำปิง ได้ข้ามไปมาหากันได้อีกครั้ง 


เรื่อง: chiangmaiworldheritage.net 
ภาพ: 3) การรื้อขัวกุลา ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการขนส่งสาธารณะใน 8 จังหวัดภาคเหนือ 
         chaingmaiworldheritage.net 
 

แชร์บทความนี้

Add Line ID

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ ปรับโฉมใหม่แล้วนะ

ปฏิรูปเมืองเชียงใหม่ด้วยหัวใจ

เก็บบรรยากาศแบบเมืองเก่า-แจ่งขะต้ำ ประตูเชียงใหม่ แจ่งกู่เฮือง