MY WORLD

ท่อส่งเบียร์ใต้ดินเมืองบรูจส์

คุณค่าและความงามของเมืองมรดกโลกจากยุคกลางของเบลเยี่ยมอย่างเมืองบรูจส์ (Bruges) มีวิธีการ 'อยู่กับปัจจุบัน' ของผู้คนที่นั่นนับว่าน่าสนใจทีเดียว โดยเฉพาะความใจกว้างของผู้บริหารเมืองและชาวเมืองบรูจส์ ที่มองความจริงของชีวิตได้อย่างทะลุกรอบ ผ่านโครงการท่อส่งเบียร์ใต้ดินที่กำลังจะเปิดกลางปีนี้ - ท่อส่งเบียร์ที่จะทำให้ชาวเมืองบรูจส์กับนักท่องเที่ยวได้รื่นรมย์ (และมึนเมา) อย่างสร้างสรรค์โดยไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ!

หลายท่านอาจทราบดีว่าเมืองบรูจส์ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตเบียร์ไม่แพ้เมืองอื่นๆ ของเบลเยี่ยม บรูจส์มีโรงเบียร์เก่าแก่เปิดทำการอยู่หลายสำนักด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือ De Halve Maan โรงเบียร์ที่เปิดมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 บนถนน Walplein ในเขตใจกลางเมืองเก่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ทั้งนี้ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ ทำให้โรงเบียร์ De Halve Mann จำต้องผลิตเบียร์จากโรงงานนอกเมืองที่อยู่ห่างออกไปราว 2 ไมล์ และใช้รถบรรทุกขนส่งเบียร์จากโรงงานนอกเมืองเข้ามาจำหน่ายในเมืองทุกๆ วัน ซึ่งด้วยกายภาพของเมืองเก่ายุคกลางที่มีแต่ถนนสายแคบๆ พื้นผิวถนนทำจากหินกรวด การใช้รถบรรทุกขนส่งเบียร์เป็นล้านแกลลอนต่อปีเป็นหนึ่งในสาเหตุให้เกิดปัญหาการจราจร มลภาวะ และสร้างความสึกหรอของพื้นผิวถนนโบราณใจกลางเมือง

Xavier Vanneste เจ้าของโรงเบียร์ De Halve Maan รุ่นปัจจุบันได้เห็นถึงปัญหาดังกล่าวแต่ไม่รู้จะแก้ยังไง กระทั่งเมื่อหลายปีก่อน เขาเห็นโครงการวางสายเคเบิ้ลในเขตใจกลางเมือง จึงปิ๊งไอเดีย เปลี่ยนจากสายเคเบิ้ลเป็นท่อส่งเบียร์ ไม่ต้องใช้รถบรรทุก ไม่ต้องเปลืองน้ำมัน ไม่ต้องกลายเป็นหนึ่งในเป้าปัญหาสังคม แค่ต่อท่อเบียร์จากโรงเบียร์นอกเมืองเข้าร้านในเมือง ลงทุนหนักหน่อยแต่ยั่งยืน และนั่นคือที่มาของโครงการที่ใช้เวลาศึกษาวิจัย ขออนุญาตจากทางการ ระดมทุน และก่อสร้างในระยะเวลา 3 ปี และกำลังจะเปิดภายในฤดูร้อน (ของเบลเยี่ยม) ปี 2016 นี้

โครงการมูลค่า 4.5 ล้านดอลลาร์นี้ยังได้รับทุนสนับสนุนจากการเปิดระดมทุนจากนักดื่มทางอินเตอร์เน็ตเป็นจำนวน 335,000 ดอลลาร์ โดยผู้ระดมทุนยังจะได้สมนาคุณเป็นแก้วเบียร์ที่ระลึกจำนวน 18 ใบ และเบียร์จำนวน 11 ออนซ์ต่อวัน ตลอดชีวิต! (หนึ่งในผู้ร่วมลงขันก็เช่น Phiippe Le Loup เจ้าของภัตตาคาร Poules Moules ที่โด่งดัง ซึ่งร่วมลงขันไป 11,000 ดอลลาร์ ก็ได้ดวดเบียร์ฟรีไปทั้งชีวิต – นับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะได้ทั้งหน้าตาทางสังคมและได้เมาฟรีเป็นอาจิณ)

Xavier เลือกใช้พลาสติกโพลิเอทธีลิน (polyethylene) ซึ่งเป็นพลาสติกคุณภาพดีที่ใช้กันในอุตสาหกรรมอาหารเพื่อทำให้ผู้บริโภควางใจในด้านสุขอนามัยและรสชาติของเบียร์ที่จะไม่ถูกปลอมปน ท่อดังกล่าวมีเส้นผ่าศูนย์กลางราวหนึ่งฟุต ด้วยระยะทาง 2 ไมล์ ท่อจะส่งเบียร์จำนวน 1,060 แกลลอน (4,000 ลิตร) จากโรงงานนอกเมืองเข้าสู่ร้านในตัวเมืองภายในระยะเวลาหนึ่งชั่วโมง ทั้งนี้ยังมีการใช้หัวท่อแก๊ส (jet) ในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อภายในท่ออยู่เสมอเพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภคอย่างถึงที่สุด

“ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่ง การใช้ท่อส่งเบียร์ยังช่วยลดปัญหาการจราจรและมลภาวะ ทั้งยังช่วยรักษาอัตลักษณ์ของโรงเบียร์ของเราที่เป็นโรงกลั่นเบียร์เก่าแก่หลังสุดท้ายที่อยู่ในเขตใจกลางเมืองเก่าด้วย” Xavier กล่าว

ทั้งนี้เจ้าของไอเดียสุดเก๋นี้ยังทิ้งท้ายด้วยว่าสำหรับนักดื่มหัวหมอที่หวังจะขโมยเบียร์ด้วยการตัด (หรือทุบ) ท่อกลางทาง ก็อย่าได้พยายามเลย เขาวางระบบอย่างรอบครอบปลอดภัยแล้ว

ก็แน่ล่ะ คิดเพื่อเมืองขนาดนี้ จะให้ก่อสร้างกันอย่างชุ่ยๆ ได้อย่างไร

 

เรื่อง : chiangmaiworldheritage.net 
เรียบเรียงจาก www.cnn.com และ www.wired.com

แชร์บทความนี้

CONTACTS


แคนดิเดทมรดกโลกที่สร้างไม่เสร็จในเลบานอน

ไม่เพียงทำให้คนตายเร็ว มลภาวะทางอากาศยังทำลายมรดกโลก

สวนสาธารณะมรดกโลกแห่งแรกของเอเชีย