MY HERITAGE

หลวงศรีประกาศ

คนที่เกิดและเติบโตภายในพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ น้อยคนที่จะไม่รู้จักโรงแรมศรีประกาศ อาคารอายุกว่าร้อยปีริมถนนเชียงใหม่-ลำพูนสายเก่า เลียบแม่น้ำปิง โดยเฉพาะช่วงปีที่ผ่านมา แคมเปญฟื้นฟูอาคารประวัติศาสตร์หลังดังกล่าวผ่านกิจกรรมหลากหลาย ก็ทำให้ชื่อ 'ศรีประกาศ' เป็นที่รู้จักแพร่หลายขึ้นในหมู่คนรุ่นใหม่

อาคารศรีประกาศเป็นหนึ่งในโรงแรมยุคแรกของเมืองเชียงใหม่ จากปากคำของป้าอ้อ – กิ่งแก้ว สุจริตพานิช หนึ่งในทายาทเจ้าของอาคารเล่าว่าโรงแรมศรีประกาศเป็นโรงแรมลำดับที่ 4 ที่เปิดในเมืองเชียงใหม่ โดยมีเจ้าของคือหลวงศรีประกาศ (ฉันท์ วิชยาภัย) อย่างไรก็ดี หลวงศรีประกาศไม่ได้เป็นที่รู้จักแค่การเป็นผู้ประกอบการโรงแรมเท่านั้น – บทบาทที่สำคัญกว่านั้นของเขาคือ ทนายความ เจ้าหน้าที่สุขาภิบาล นายกเทศมนตรี และผู้แทนราษฎรคนแรกของจังหวัดเชียงใหม่ – เป็นตัวอย่างของนักการเมืองน้ำดีที่พัฒนาเมืองเชียงใหม่อย่างเป็นรูปธรรม

เกิดที่จังหวัดจันทบุรีเมื่อปี พ.ศ. 2428 หลวงศรีประกาศมีชื่อเดิมว่า ‘ฉันท์ วิชยาภัย’ ท่านเคยรับราชการครูที่บ้านเกิด ก่อนจะย้ายมาเป็นผู้ช่วยสมุห์บัญชีที่อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี พออายุได้ 24 ปีได้ติดตามพระยามโหสถศรีพิพัฒน์ (เชิญ ปริชญานนท์) ซึ่งย้ายมาเป็นอธิบดีศาลต่างประเทศและตำแหน่งข้าหลวงพิเศษมณฑลพายัพที่เมืองเชียงใหม่ หลวงศรีประกาศเข้ารับตำแหน่งเสมียนศาลจังหวัดเชียงใหม่ โดยอาศัยอยู่บ้านพักอธิบดีผู้พิพากษาศาล ซึ่งตั้งอยู่บริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่หลังปัจจุบัน

หลวงศรีประกาศแต่งงานกับแม่เรือนแก้ว ซึ่งมีบ้านพักอยู่บริเวณมุมถนนเชิงสะพานนวรัฐด้านตะวันออก หลังแต่งงานได้ซื้อที่ดินบริเวณติดกับโรงแรมศรีประกาศเพื่ออยู่อาศัย ก่อนจะขอซื้ออาคารของนายศรีโหม้วิชัย (คนเชียงใหม่ที่มีชื่อเสียงในฐานะคนเมืองที่ได้ไปสหรัฐอเมริกาเป็นคนแรก) โดยช่วงแรกอาคารหลังดังกล่าวใช้เป็นที่รับรองข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นแขกส่วนตัว ก่อนจะพัฒนามาเป็นโรงแรมศรีประกาศในกาลต่อมา (เปิดทำการเมื่อปี พ.ศ. 2490)

หลวงศรีประกาศรับราชการอยู่ที่ศาลต่างประเทศ ในขณะเดียวกันก็เรียนหนังสือทางด้านกฎหมายผ่านทางไปรษณีย์จนได้เนติบัณฑิต ท่านเป็นทนายความที่มีชื่อเสียงจากการว่าความคดีฟ้องร้องเรื่องการทําป่าไม้ระหว่างหลวงโยนการพิจิตรกับบริษัททําไม้ของต่างชาติ ต่อมาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ในยุคแรกของประเทศไทย (ปี พ.ศ. 2476–2480) ก่อนจะได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่หลายสมัย 

ในช่วงที่ท่านเล่นการเมือง นับว่าเป็นช่วงต้นของการเปลี่ยนแปลงการปกครองสู่ระบอบประชาธิปไตยของสยามประเทศ สาธารณูปโภคในจังหวัดเชียงใหม่ยังถือว่าขาดแคลนอยู่มาก ซึ่งก็ได้หลวงศรีประกาศผู้นี้เป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการพัฒนาระบบสุขาภิบาลทั่วเมือง รวมทั้งได้ก่อสร้างโรงพยาบาลนครเชียงใหม่ สร้างระบบประปา สนามกีฬาเทศบาล สำนักงานเทศบาลนครเชียงใหม่ สร้างโรงเรียนและสนามเด็กเล่น ซื้อรถดับเพลิง ซื้อเครื่องไฟฟ้า สร้างสะพานคอนกรีตข้ามน้ำแม่ข่า รวมทั้งพุทธสถานเชียงใหม่ ที่ตั้งอยู่เชิงสะพานนวรัฐในทุกวันนี้อีกด้วย

อย่างไรก็ดีบทบาทที่เป็นที่จดจำของคนเชียงใหม่รุ่นหลังคือการสนับสนุนครูบาเจ้าศรีวิชัยในการสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพในปี พ.ศ. 2477 ซึ่งตอนนั้นทางราชการไม่ได้มีงบประมาณในส่วนนี้ให้ ก็ได้ท่านและครูบาเจ้าศรีวิชัยระดมทุนและระดมแรงผู้มีจิตศรัทธาจนแล้วเสร็จภายในเวลา 5 เดือน 22 วัน โดยไม่ต้องใช้งบจากรัฐบาลสักบาทเดียว

หลวงศรีประกาศนับว่าเป็นคนสนิทกับครูบาเจ้าศรีวิชัยอย่างมาก เพราะไม่เพียงช่วยกันสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพแล้ว ท่านยังเป็นฝ่ายไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างครูบาศรีวิชัยและคณะสงฆ์ส่วนกลางอยู่บ่อยครั้ง และหลังจากครูบาเจ้าศรีวิชัยถึงแก่มรณภาพ ก็ได้หลวงศรีประกาศท่านนี้ยื่นทำประชามติในการจัดสร้างอนุสาวรีย์ครูบาเจ้าศรีวิชัย ซึ่งปัจจุบันประดิษฐาน ณ จุดที่ครูบาฯ ได้ลงจอบแรกสำหรับการสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพนี่เอง

หลวงศรีประกาศเลิกเล่นการเมืองเมื่อปี พ.ศ.2501 ขณะอายุ 77 ปี แม้ขณะนั้นอายุมากแล้ว แต่ยังคงมีนักการเมืองรุ่นหลังแวะเวียนมาขอให้เขาร่วมด้วย หนึ่งในนั้นคือเลิศ ชินวัตร บิดาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้แวะมาที่บ้านพักหลวงศรีประกาศเพื่อขอใช้ชื่อหลวงศรีประกาศร่วมในกลุ่มการเมืองท้องถิ่นด้วย

หลวงศรีประกาศเสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2512 อายุได้ 83 ปี นับเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของล้านนา รวมทั้งเป็นนักการเมืองยุคแรกในประเทศไทยที่สร้างคุณูปการอันเป็นรูปธรรมและวางรากฐานให้เมืองเชียงใหม่เป็นเมืองที่รุ่มรวยความน่าอยู่จนทุกวัน  

 

เรียบเรียงจาก: วิทยานิพนธ์ 'นักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดเชียงใหม่' อาจารย์รักฎา เมธีโภคพงศ์ และอาจารย์วีระ เลิศสมพร สถาบันพระปกเกล้า พฤษภาคม 2551

อ่านเรื่องราวของโรงแรมศรีประกาศเพิ่มเติมได้ที่: http://www.compasscm.com/viewissue.php?id=504

แชร์บทความนี้

CONTACTS


ความงามของเจดีย์ล้านนา ตอนที่ 2: เจดีย์ทรงปราสาท

ความงามของเจดีย์ล้านนา ตอนที่ 1: เจดีย์ทรงระฆัง

โขง ความสง่างามแห่งล้านนาที่พบได้ตั้งแต่หน้าประตูวัด