CITIZENS' TALK

ทุเรียนและความล่มสลายของอัตลักษณ์อันหลากหลายของท้องถิ่น

“เวลาถามคนทั่วไปว่าเมื่อนึกถึงเมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ แล้วนึกถึงอะไร ส่วนมากก็คิดถึงเมืองแม่ม่าย เมืองที่ผู้คนห้ามพูดปด หรือเมืองลึกลับ ซึ่งจริงๆ ทั้งหมดนี้เป็นตำนานที่คนภายนอกรับทราบ ถ้าถามชาวบ้านในอำเภอมันคนละเรื่องเลย นี่คือตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของการที่คนในพื้นที่ไม่ได้เป็นคนเขียนประวัติศาสตร์ของตัวเอง กระทั่งเรื่องทุเรียนหลงและหลินลับแลที่ดังๆ ก็เช่นกัน

แต่ก่อนอำเภอลับแลมีทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองหลากหลายมากๆ ทุกๆ ปีในงานบุญกองข้าวที่ตรงกับประเพณีสารทเดือนสิบ ชาวบ้านจะเอาผลไม้ในสวนของตัวเองมากองรวมกันเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและอุทิศกุศลไปยังบรรพรุษผู้ล่วงลับ ในช่วงเวลานั้นเราจะพบทุเรียนนับร้อยๆ สายพันธุ์ที่ชาวบ้านปลูก กระทั่งเมื่อเกือบสามสิบปีก่อน ภาครัฐจากส่วนกลางมีนโยบายให้ปลูกหลงและหลินลับแลเป็นหลักนี่แหละ ชาวบ้านก็หันไปปลูกเหมือนกันหมด ความหลากหลายทางพันธุ์ทุเรียนถูกทำลายลง สิ่งที่ตามมาคือโรคและแมลง ทำให้เกษตรกรหันไปใช้ยาฆ่าแมลง ซึ่งแต่ก่อนเราแทบไม่ใช่ยา เพราะทุเรียนของเรามีความหลากหลาย ศัตรูพืชมันจะกินได้จำกัดไม่สามารถแพร่กระจายไปได้ แต่พอทุเรียนเหลือพันธุ์เดียวปุ๊บ ก็เข้าทางศัตรูพืชเลย 

ยังไม่นับรวมการกระตุ้นให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกหอมแดงเป็นพืชเศรษฐกิจอีกที่ทำให้เราจำเป็นต้องพ่นยาหนักขึ้น ทำลายระบบนิเวศของพื้นที่และยังผลต่อสุขภาพของเกษตรกรอีก เมืองลับแลจะเป็นเมืองแม่ม่ายของจริงก็เพราะยาฆ่าแมลงที่พ่อบ้านสูดดมทุกวันเนี่ยแหละครับ 

เหล่านี้คือผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดจากการที่คนภายนอกเขียนเรื่องราวให้เรา เขียนว่าเราควรต้องทำอะไร ปลูกพืชอะไร หรือกระทั่งใช้ชีวิตแบบไหน แน่นอนครับทั้งหมดเป็นความหวังดีและใครจะต้านกระแสเศรษฐกิจได้ แต่ตราบที่นโยบายมันไม่ได้ออกมาจากคนในพื้นที่เอง คนลับแลไม่ได้เป็นคนบอกความต้องการ บอกเล่าเรื่องราวของเราเอง หรือบันทึกประวัติศาตร์จากมุมมองของเราเอง เราก็ต้องแบกรับอยู่กับความหวังดีที่คนภายนอกยื่นมาให้และอยู่กับมันไป โดยที่ในท้ายที่สุดเราอาจไม่เคยถามตัวเองเลยว่าแล้วความต้องการจริงๆ ของเราคืออะไร" 

______________
ดาบฟ้า ไชยลับแลง 
ชาวลับแลผู้มีความสงสัยในรากเหง้าของบ้านเกิด นับตั้งแต่สมัยที่เขาเป็นเด็กและพบว่าคนในตัวเมืองอุตรดิตถ์เรียกชาวลับแลว่าเป็นคนลาว (ขณะที่คนลาวก็ไม่ได้นับลับแลว่าเป็นลาว) จนทำให้เขาเริ่มศึกษาประวัติศาสตร์ของถิ่นกำเนิดเพื่อพบความพ้องพานระหว่างลับแลและชาวไทยวนแห่งล้านนา เขาเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม 'ฟื้นฟูอัตลักษณ์ไทยวนลับแลง' (คำว่าลับแลกร่อนมาจากคำว่า 'ลับแลง' ซึ่งน่าจะมาจากคำเรียกหมู่บ้านที่ตะวันลับยามแลง) ที่เกิดจากการรวมตัวกันของชาวชุมชนอำเภอลับแล ศิลปิน และนักประวัติศาสตร์ล้านนา ทำการรื้อฟื้นเพลงซอลับแลงและท่าฟ้อนรำต่างๆ สืบค้นมุขปาฐะ และปลุกใจชุมชนในการอนุรักษ์ซิ่นของลับแลง รวมทั้งการศึกษาสถาปัตยกรรมเฮือนกาแลแบบลับแลง เป็นต้น

แชร์บทความนี้

Add Line ID

บทกวีแด่จรัล มโนเพ็ชร

รางวัลแด่คนช่างฝัน

เสียงจากนายกเทศมนตรีฯ