MY WORLD

From Local to Global: เทรนด์ของการออกแบบเมืองสมัยใหม่ที่สอดรับกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ตลอดหนึ่งปีที่ผู้เขียนมีโอกาสได้รับฟังความคิดเห็นของคนเชียงใหม่ต่อกรณีการขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก มีประเด็นที่น่าสนใจข้อหนึ่งว่าคนเชียงใหม่หลายคนไม่ได้คาดหวังไปไกลเกินกว่าการอยากเห็นเมืองเชียงใหม่มีบรรยากาศที่น่าอยู่กว่านี้ มลภาวะน้อยกว่านี้ และมีระบบขนส่งมวลชนและสาธารณูปโภคที่ใช้ได้จริงมากกว่านี้

“ถึงจะมีกลุ่มคนขับเคลื่อนกันมากแค่ไหนอย่างไร แต่ถ้าภาครัฐไม่ตระหนักถึงคุณค่า ความเคลื่อนไหวที่มีมาก็ไม่เกิดประโยชน์” ชาวเชียงใหม่ท่านหนึ่งพูดในเชิงตัดพ้อ แต่นั่นก็ทำให้ผู้เขียนเห็นพ้อง เพราะถึงแม้ล่าสุดเชียงใหม่จะมีโครงการเพื่อส่งเสริมความน่าอยู่ของเมืองหลากหลายก็ตาม อาทิ การรณรงค์ปลูกต้นไม้ในพื้นที่สาธารณะ กิจกรรมรถรางชมต้นไม้ในย่านเมืองเก่า แผนผลักดันระบบรถไฟฟ้ารางเบา และอื่นๆ อีกมาก กระนั้นหากไม่มีการขับเคลื่อนผ่านงบประมาณและนโยบายภาครัฐอย่างยั่งยืน ต่อเนื่อง และเอาจริงเอาจัง ทุกกิจกรรมก็จะเป็นเพียงความเคลื่อนไหวในกลุ่มเล็กๆ ก่อนที่จะลับหายไปตามกาลเวลาอย่างน่าเสียดาย

ข้อโต้แย้งนี้หาได้กล่าวลอยๆ แต่มีหลักฐานประจักษ์ให้เห็นจากทั้งมหานครและเมืองขนาดย่อมหลายสิบเมืองทั่วโลก ที่รัฐบาลหันมาทำงานร่วมกันกับภาคประชาชนเพื่อช่วยกันออกแบบเมืองที่สอดรับกับวิถีชีวิตของผู้คน คำนึงถึงสมดุลของพื้นที่สีเขียว การหมุนเวียนพลังงานธรรมชาติ และการออกแบบระบบที่มาช่วยบำรุงรักษาอย่างยั่งยืน เฉกเช่นเมืองดังต่อไปนี้




ภาพจาก MRDV

Seoul ประเทศเกาหลีใต้
หลายคนรู้จักโครงการฟื้นฟูคลองซองเกซอนอันเป็นคลองส่งน้ำโบราณจากพื้นที่เสื่อมโทรม จนกลายมาเป็นคลองน้ำใสและพื้นที่สาธารณะแห่งใหม่ใจกลางกรุงโซลมาแล้ว ล่าสุดรัฐบาลโซลก็เพิ่งเปิดตัว Seoullo 7017 Skygarden สวนสาธารณะแห่งใหม่ระยะทางกว่า 2 กิโลเมตรที่ปรับปรุงมาจากถนนยกระดับสายเก่าที่กำลังทรุดโทรม โดยรัฐบาลจ้างทีมสถาปนิก MVRD ในการปรับปรุงทัศนียภาพของถนน ปลูกต้นไม้และพุ่มไม้กว่า 24,000 ต้น และเพิ่มม้านั่งและสาธารณูปโภคอื่นๆ เพื่อให้สวนสาธารณะลอยฟ้าแห่งนี้เป็นปอดแห่งใหม่ใจกลางเมือง ทั้งยังอยู่เหนือพื้นที่ถนนกลายเป็นการใช้พื้นที่ซ้อนกันอย่างสร้างสรรค์อีกด้วย


ภาพจาก www.bee-inc.com

Dongtan ประเทศจีน
แม้ปักกิ่งจะเป็นมหานครที่เต็มไปด้วยมลภาวะ หากรัฐบาลจีนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในการแก้ปัญหาการจัดการเมืองที่สอดรับกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในอนาคต โดยล่าสุดก็มีแผนการก่อสร้างเมือง Dongtan บนเกาะ Chongming ไม่ไกลจากเซี่ยงไฮ้ รัฐบาลจีนตั้งใจสร้างเมืองใหม่ที่รองรับบ้านเรือนของประชาชนราว 50,000 คน เมืองนี้เป็นเมืองนำร่องที่อาคารสมัยใหม่กลมกลืนไปกับผืนป่า และมีนโยบายการผลิตพลังงานใช้เองทั้งจากลม แสงอาทิตย์ ไบโอดีเซล และขยะรีไซเคิล นอกจากระบบขนส่งมวลชนที่ครอบคลุมแล้ว เมืองยังอนุญาตให้เฉพาะรถยนต์ส่วนตัวที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานทดแทน (ที่ไม่ใช่น้ำมัน) เท่านั้นสัญจรภายในตัวเมือง เพื่อช่วยลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมไปอีกทาง  


ภาพจาก static.boredpanda.com 

Turin ประเทศอิตาลี
25 Verde คือคอนโดมิเนียมต้นไม้ขนาด 63 ยูนิตภายในเมืองตูริน ตอนเหนือของประเทศอิตาลี 25 Verde ประกอบด้วยต้นไม้และพันธุ์ไม้กว่า 50 ชนิด โดยมีต้นไม้ยืนต้นกว่า 150 ต้นภายในสวนด้านในของอาคารคอนโดมิเนียม ตั้งเป้าให้ต้นไม้ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายในเมืองกว่า 2 แสนลิตร รวมทั้งกรองฝุ่นควันแก่ผู้อยู่อาศัย การออกแบบสถาปัตยกรรมยังคำนึงถึงการป้องกันแสงแดดในฤดูร้อนและเพิ่มความอบอุ่นภายในในฤดูหนาว จึงลดความจำเป็นในการใช้ไฟฟ้าจากเครื่องปรับอากาศและฮีตเตอร์ลงไปอีกด้วย  


ภาพจาก www.fosterandpartners.com

Abu Dhabi ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
แม้จะเป็นประเทศที่ร่ำรวยน้ำมัน รัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กลับเห็นถึงความสำคัญของพลังงานทดแทนจากธรรมชาติเพื่อความยั่งยืนในอนาคตก่อนใครเพื่อน เช่นที่กรุงอาบูดาบีกำหนดให้เขตเมืองใหม่ Master Initiative เป็นพื้นที่ปลอดรถยนต์ ขยะ และมลภาวะแห่งแรกของโลก โดยมีการก่อสร้างฟาร์มพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมพื้นที่วิจัยทางการเพาะปลูกเพื่อให้เป็นเมืองที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืนในอนาคต


ภาพจาก http://truesurrey.ca/stanely-park/

Vancouver ประเทศแคนาดา
ประเทศที่มีต้นทุนทางธรรมชาติและอากาศดีอยู่แล้วอย่างแคนาดาก็ใช่ว่าจะรื่นรมย์กับความรุ่มรวยที่เขามีอยู่โดยไม่ไยดีต่ออนาคต เพราะล่าสุดแวนคูเวอร์ (เมืองที่ได้ชื่อว่ามีการหมุนเวียนพลังงานสะอาดดีที่สุดในประเทศ) ก็มีความทะเยอทะยานในการพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองที่มีพลังงานที่สะอาดที่สุดในโลกภายในปี 2020 นี้ โดยแวนคูเวอร์ก็เริ่มโครงการไปแล้วด้วยการเปลี่ยนแหล่งพลังงานหลักของเมืองจากไฟฟ้าและน้ำมันให้กลายเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งยังมีระบบการจัดการขยะด้วยเครื่องอัดขยะด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งติดตั้งอยู่ทั่วเมือง เครื่องนี้ช่วยลดกระบวนการจัดการขยะแบบดั้งเดิมถึง 5 เท่า รวมทั้งการลดต้นทุนในการขนย้ายและมลภาวะจากการขนย้ายอีกด้วย แวนคูเวอร์ยังมีแผนในการเพิ่มสวนสาธารณะให้มากขึ้นจากเดิมที่มีอยู่แล้วกว่า 200 แห่ง    

แชร์บทความนี้

Add Line ID

Le Harve มรดกโลกที่ถูกสร้างขึ้นใหม่จากเถ้าถ่านหลังสงคราม

Wieliczka Salt Mine วิหารใต้ดินที่มีรสเค็ม

เมื่อการท่องเที่ยวอยู่เหนือมรดก แง่ลบของการเป็นมรดกโลก